SAE ตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์ไฟฟ้า ส่ง ปลีก อุปกรณ์ไฟฟ้า อาคาร อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์  

เมื่อถึงเวลาต้องเตรียมระบบไฟฟ้าที่บ้านเพื่อติดตั้ง "เครื่องชาร์จรถ EV (EV Charger)" คำถามยอดฮิตที่เจ้าของรถมักจะเจอเวลาคุยกับช่างไฟฟ้าคือ "ตู้ไฟ EV จะให้ติดเบรกเกอร์ RCBO เลยไหม หรือจะเอาแค่ MCB คู่กับ RCCB?"

 

 

 

แม้ทั้ง RCBO และ RCCB จะเป็น "เบรกเกอร์กันไฟดูด" เหมือนกัน แต่รูปแบบการติดตั้งและฟังก์ชันการทำงานนั้นมีความแตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า สำหรับงานรถ EV ที่ต้องใช้ไฟกระแสสูงและต่อเนื่องยาวนาน เบรกเกอร์แบบไหนคือตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณครับ

 

ทำความเข้าใจ RCBO และ RCCB ในระบบชาร์จรถ EV

ก่อนจะตัดสินใจเลือก เราต้องเข้าใจหน้าที่หลักของเบรกเกอร์ทั้ง 2 ประเภทก่อนครับ:

 

1. การเลือกใช้ RCCB สำหรับตู้ชาร์จ EV (ระบบแยกชิ้น)

RCCB (Residual Current Circuit Breaker) คือเบรกเกอร์ที่ทำหน้าที่ "กันไฟดูดและไฟรั่ว" ได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตัดไฟเมื่อเกิดไฟช็อตหรือการใช้ไฟเกินได้

  • วิธีการติดตั้ง: บังคับว่า ต้องติดตั้งคู่กับเบรกเกอร์ธรรมดา (MCB) เสมอ (กระแสไฟต้องวิ่งผ่าน MCB ก่อน แล้วค่อยมาเข้า RCCB)
  • ข้อดี: หากตัวใดตัวหนึ่งเสีย สามารถซื้อเปลี่ยนเฉพาะตัวที่พังได้ และบางครั้งการซื้อแยก (MCB 1 ตัว + RCCB 1 ตัว) อาจมีราคาถูกกว่าแบบรวมร่าง
  • ข้อจำกัด: กินพื้นที่ในตู้คอนซูมเมอร์มากกว่า (ต้องใช้พื้นที่ 4 ช่อง สำหรับระบบ 1 เฟส) และต้องเข้าสายไฟเชื่อมระหว่างเบรกเกอร์สองตัวให้แน่นหนา

 

2. การเลือกใช้ RCBO สำหรับตู้ชาร์จ EV (ระบบ All-in-One)

RCBO (Residual Current Breaker with Over-Current) คือเบรกเกอร์ที่รวมฟังก์ชัน "กันไฟช็อต + กันไฟเกิน + กันไฟรั่ว/ไฟดูด" เข้าไว้ด้วยกันในตัวเดียว

  • วิธีการติดตั้ง: ซื้อเบรกเกอร์ RCBO เพียงตัวเดียว นำไปติดตั้งเป็นเมนหลักของตู้ชาร์จ EV ได้เลย
  • ข้อดี: ประหยัดพื้นที่ในตู้ไฟมาก (ใช้พื้นที่เพียง 2 ช่อง สำหรับระบบ 1 เฟส) งานติดตั้งดูสะอาดตา ลดความเสี่ยงในการเข้าสายไฟผิดพลาด และทำงานรวดเร็ว
  • ข้อจำกัด: มีราคาต่อตัวค่อนข้างสูง และหากฟังก์ชันใดฟังก์ชันหนึ่งพัง ต้องเปลี่ยนใหม่ยกตัว

 

สรุปแล้ว ควรเลือกอะไรมาติดตั้งกับตู้ชาร์จ EV?

ในวงการติดตั้งเครื่องชาร์จรถ EV ปัจจุบัน "วิศวกรส่วนใหญ่แนะนำให้เลือกใช้ RCBO" เป็นหลักครับ ด้วยเหตุผลดังนี้:

  • ความสวยงามและกะทัดรัด: ตู้ควบคุมไฟสำหรับรถ EV มักถูกติดตั้งไว้ที่ผนังโรงรถ การใช้ RCBO จะช่วยให้สามารถเลือกใช้ตู้คอนซูมเมอร์ขนาดเล็ก (เช่น ตู้ 2-4 ช่อง) ได้ ทำให้หน้างานดูเป็นระเบียบ ไม่เกะกะ
  • ความเสถียรของจุดเชื่อมต่อ: รถ EV กินไฟมหาศาล (เช่น 32A ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง) การใช้ RCBO ตัวเดียวจบ จะช่วยลด "จุดต่อสายไฟ (Joint)" ระหว่างตัวเบรกเกอร์ ยิ่งจุดต่อน้อย ความร้อนสะสมยิ่งต่ำ โอกาสเกิดไฟไหม้ขั้วละลายก็จะลดลงตามไปด้วย

 

กฎเหล็ก! ไม่ว่าจะเลือก RCBO หรือ RCCB ต้องดู "Type" เสมอ

สิ่งสำคัญที่เหนือกว่าการเลือกระหว่าง RCBO กับ RCCB คือ "ประเภทการดักจับกระแสไฟ (Type)" เพราะรถ EV มีระบบไฟกระแสตรง (DC) เข้ามาเกี่ยวข้อง หากเลือกผิด เบรกเกอร์จะตาบอดและไม่ยอมตัดไฟเมื่อเกิดไฟรั่ว!

  • ห้ามใช้ Type AC เด็ดขาด: เป็นเบรกเกอร์กันดูดไฟบ้านทั่วไป กันไฟ DC รั่วจากรถ EV ไม่ได้
  • เลือกใช้ Type A: ใช้ได้ ก็ต่อเมื่อ เครื่องชาร์จ EV ของคุณมีระบบตัดไฟ DC รั่ว (DC Leakage 6mA) ฝังมาในตัวเครื่องแล้ว (ซึ่ง Wallbox แบรนด์ชั้นนำส่วนใหญ่จะมีให้แล้ว)
  • เลือกใช้ Type B: เป็นมาตรฐานสูงสุด จับไฟรั่วได้ทุกรูปแบบ บังคับใช้ในกรณีที่เครื่องชาร์จของคุณ ไม่มี ระบบตัดไฟ DC 6mA ในตัว

 

บทสรุป: แนวทางการใช้งาน ประโยชน์ และการแก้ปัญหา

  • แนวทางการใช้งาน: หากพื้นที่ติดตั้งมีจำกัดและต้องการงานที่สวยงามปลอดภัย ให้เลือก RCBO Type A (กรณี Wallbox มีวงจร 6mA แล้ว) เป็นเมนหลักคุมตู้ EV ตัวเดียวจบ แต่หากต้องการประหยัดงบและตู้ไฟมีพื้นที่เหลือ จะเลือกใช้ MCB + RCCB Type A ก็ได้มาตรฐานและปลอดภัยเท่าเทียมกัน
  • ประโยชน์ที่ได้รับ: ไม่ว่าจะเลือกแบบใด หากเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับรถ EV (Type A หรือ B) อย่างถูกต้อง จะช่วยปกป้องชีวิตผู้ใช้งาน ป้องกันไฟไหม้จากสายไฟร้อนจัด และช่วยรักษาแผงวงจรออนบอร์ดของรถ EV ไม่ให้พังก่อนวัยอันควร
  • ปัญหาที่พบบ่อย (Pain Points):
    1. ช่างเอา RCBO แบบธรรมดา (Type AC) ของไฟบ้านมาติดให้: เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดและอันตรายมาก
      วิธีแก้: ก่อนช่างจะติดตั้ง ให้เจ้าของบ้านขอดูสัญลักษณ์หน้าตัวเบรกเกอร์ จะต้องมีคำว่า "Type A" หรือสัญลักษณ์รูปคลื่นไฟ DC ระบุไว้อย่างชัดเจน
    2. เบรกเกอร์ EV ทริปบ่อยเวลาฝนตก: ความชื้นอาจเข้าไปที่หัวชาร์จ หรือระบบสายดินของบ้านไม่ได้มาตรฐาน
      วิธีแก้: เช็ดหัวชาร์จให้แห้ง หากยังตัดไฟอยู่ ต้องเรียกช่างมาวัดค่าโอห์มของสายดินหลักของตู้ EV (ไม่ควรเกิน 5 โอห์ม)

 

จำหน่ายเบรกเกอร์ EV (RCBO, RCCB) มาตรฐาน มอก. ที่ บริษัท สหเอเซียการไฟฟ้า จำกัด (SAE)

ระบบชาร์จไฟรถยนต์ EV ไม่ใช่ระบบที่จะประหยัดงบกับอุปกรณ์ป้องกันได้ การเลือกเบรกเกอร์จากแบรนด์ชั้นนำของโลก คือความปลอดภัยที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับรถราคาหลักล้านของคุณ บริษัท สหเอเซียการไฟฟ้า จำกัด (SAE) พร้อมให้บริการในฐานะ ตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นนำ เรามีเบรกเกอร์สำหรับรถ EV ทั้ง RCBO Type A, RCCB Type A และ Type B พร้อมตู้คอนซูมเมอร์สำหรับงานภายนอกอาคาร ยินดีให้คำปรึกษา

 

สอบถามสเปก และสั่งซื้อสินค้าได้ที่:

📍 สถานที่ติดต่อ: 24/10-11 หมู่ที่ 5 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000
📞 โทรศัพท์: 081-269-6291
💬 Line ID: sahaasia-elec (https://line.me/ti/p/~sahaasia-elec)
🌐 เว็บไซต์: https://sahaasia-elec.com/

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเบรกเกอร์ชาร์จรถ EV

1. สามารถเอาสายไฟจากที่ชาร์จรถ EV ไปพ่วงเข้ากับเบรกเกอร์กันดูดของตู้ไฟบ้านเดิมได้ไหม?

ห้ามพ่วงรวมเด็ดขาดครับ! มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าบังคับว่า วงจรสำหรับเครื่องชาร์จรถ EV (EV Charger) จะต้องลากสายเมนตรงแยกอิสระ มาจากมิเตอร์การไฟฟ้า หรือจากตู้เมนหลัก (MDB) เท่านั้น และต้องมีเบรกเกอร์ (RCBO หรือ RCCB) เป็นของตัวเอง ไม่ให้ไปใช้ร่วมกับไฟแสงสว่างหรือปลั๊กไฟในบ้าน เพื่อป้องกันไฟตกและป้องกันไฟดูดทั้งบ้านหากระบบ EV มีปัญหาครับ

2. ถ้าสายไฟบ้านมีระบบกราวด์ (สายดิน) อยู่แล้ว ยังต้องตอกแท่งกราวด์ใหม่สำหรับตู้ชาร์จ EV อีกไหม?

แนะนำให้ตอกแท่งกราวด์แยกเฉพาะสำหรับ EV ครับ แม้บ้านคุณจะมีสายดินอยู่แล้ว แต่รถยนต์ไฟฟ้ามีความอ่อนไหวต่อค่าความต้านทานดินมาก (มักต้องการค่าน้อยกว่า 5 โอห์ม) การตอกแท่งกราวด์ (Ground Rod) ใหม่ให้ลึกได้มาตรฐานเฉพาะสำหรับตู้ชาร์จ EV จะทำให้ระบบการชาร์จเสถียรที่สุด และไม่รบกวนระบบกราวด์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้านครับ